ข่าวการศึกษา
หน้าแรก   /   ข่าวการศึกษา  /   หนังสือเรียนไม่จำเป็นทุกวิชา

หนังสือเรียนไม่จำเป็นทุกวิชา





เอกชนเห็นด้วยหนังสือยืมเรียน ระบุการเรียนไม่จำเป็นต้องมีหนังสือทุกวิชาโดยเฉพาะวิชาที่เน้นการปฏิบัติ แต่แบบฝึกหัดยังต้องมีต้องแจกทุกปี

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้หารือกับตนถึงแนวทางการดำเนินการตามนโยบายหนังสือยืมเรียน โดยทางสมาคมฯเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว และมีข้อแนะนำในการดำเนินการว่า หนังสือยืมเรียนควรมีคุณภาพดี  ไม่ให้ฉีกขาดง่าย และใช้กระดาษถนอมสายตา ส่วนแบบฝึกหัดอาจมีคุณภาพระดับปานกลาง ให้นักเรียนสามารถขีด-เขียนได้และขอให้ซื้อใหม่ทุกปี นอกจากนี้ยังมีความเห็นว่า การใช้หนังสือเรียนควรพิจารณาตามธรรมชาติของแต่ละรายวิชา เพราะบางวิชาก็ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเรียน เช่น พลศึกษาซึ่งเน้นการปฏิบัติ  ขณะที่บางวิชาก็สามารถใช้สื่ออิเลกทรอนิกส์แทนหนังสือเรียนได้ เช่น การงานและพื้นฐานอาชีพ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงมอบให้สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัด ศธ.ไปหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.พิจารณา

“ผมได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแนวทางการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการยืมหนังสือ ว่าจะให้นักเรียนนำกลับไปที่บ้านด้วยหรือไม่ รวมถึงจะให้ยืมเรียนในระดับชั้นใดบ้าง เพราะหากเด็กเล็กเกินไปอย่างเด็กอนุบาล หรือประถมศึกษาตอนต้น ก็อาจยังไม่เหมาะที่จะให้นำหนังสือกลับไป ทั้งนี้ขอให้เร่งดำเนินการเพื่อจะได้เตรียมการและให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปีการศึกษา 2561”ดร.ชัยพฤกษ์กล่าวและว่า สำหรับงบฯสนับสนุนหนังสือยืมเรียน  ปี 2561 เบื้องต้น จะเสนอตามกรอบงบประมาณเดิมตามโครงเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ในส่วนค่าใช้จ่ายหนังสือเรียนฟรี ประมาณ 8,177 ล้านบาท แบ่งเป็น สพฐ. 5,125 ล้านบาท สอศ. 1,425 บ้านบาท สช.1,249 ล้านบาท และ กศน.378 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินการจากแจกหนังสือเรียนมาเป็นหนังสือยืมเรียน แต่ รมว.ศธ. ก็ไม่มีนโยบายที่จะโอนงบฯที่เหลือไปทำอย่างอื่น แต่ให้บริหารจัดการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนแทน... อ่านต่อที่ : 

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก dailynews.co.th