รับสมัครนักศึกษาใหม่      เยี่ยมชมวิทยาลัย      สารจากผู้บริหาร     
     : ข่าวประชาสัมพันธ์
   : การถือศีลอดในอิสลาม โดย อ.สมศักดิ์ มูหะหมัด  
 

ศีลอดในอดีต

                การถือศีลอดและการอดอาหารมีความเกี่ยวข้องกับทุกศาสนานับตั้งแต่การใช้ชีวิตของชนชาติโบราณ เช่น  ชาวอียิปต์โบราณ  ชาวกรีกโบราณ  ชาวโรมัน  จนกระทั่งบรรดาผู้ที่นับถือศาสนาในปัจจุบัน  โดยที่วิธีการถือศีลอดมีความแตกต่างกันไป  ทั้งทางด้านเวลาและการงดอาหาร  บางศาสนางดรับประทานอาหารบางชนิด  บางศาสนาก็งดเว้นการรับประทานอาหารทั้งหมด  บางศาสนาจำกัดการรับประทานอาหารเพียงบางชนิด  ชาวจีนถือศีลกินเจ  โดยงดเว้นการรับประทานอาหารบางอย่าง

                ศาสตราจารย์ ที เอ็ม พี มหาเทวัญ (T.M.P. Mahadewan) หัวหน้าภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยมัดราส  ประเทศอินเดีย  กล่าวว่า  “ชาวฮินดูกลุ่มหนึ่งจะอดอาหาร  ไม่หลับนอนในยามค่ำคืน พร่ำอ่านคัมภีร์  โดยมีเป้าหมายเพื่อชำระจิตใจให้สะอาดหมดจดจากกิเลศตัณหา”

มหาตะมะคานที  (Mahatama Gandhi)  บิดาแห่งการประกาศเอกราชของประเทศอินเดียกล่าวว่า  “การอดอาหารเพื่อเข้าใจความทุกข์”

ชาวยิวถือศีลอดในวันที่ 10 เดือน 7  โดยเริ่มอดอาหารตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 9 จนถึงดวงอาทิตย์ของวันที่ 10 โดยมีเป้าหมายเพื่อลบล้างความผิด  ขณะเดียวกันก็มีการถือศีลอดในวันที่ 1 ของเดือนที่ 4 – 5 – 7 – 10 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์กรุงเยรุซาเล็ม

                ขณะที่นบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ  อพยพไปยังเมืองมะดีนะฮ์ ชาวยิวที่นั่นต่างถือศีลอดในวันอาชูรอฮ์ (วันที่ 10 มุฮัรรอม)  ท่านนบีจึงถามพวกเขาว่า  “วันนี้เป็นวันอะไร ? ”  พวกเขากล่าวว่า “นี่เป็นวันที่ยิ่งใหญ่พระองค์อัลลอฮ์ทรงให้ความปลอดภัยแก่นบีมูซา อลัยฮ์ฯ และหมูชนของท่าน และทรงให้ฟาโรห์และเหล่าทหารของเขาจมน้ำตาย  นบีมูซาจึงถือศีลอดเพื่อขอบคุณพระองค์  เราจึงถือศีลอดในวันนี้ด้วย”      

 ท่านนีบกล่าวว่า       " نَحْنُ أَحَقُّ بِمُوْسَى مِنْكُمْ" 

“เราสมควรที่จะดำเนินตามมูซายิ่งกว่าพวกท่าน”   แล้วท่านนบีก็ถือศีลอดและใช้ให้บรรดาซ่อฮาบะฮ์ถือสีลอดด้วย”  บันทึกโดย  อัลบุคอรีย์และมุสลิม  จากอิบนิ  อับบาส

                ในอดีต การอดอาหารเป็นเครื่องมือในการฝึกจิตให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง  สร้างวินัยให้แก่ตัวเองชาวคริสเตียนในอเมริกายุคแรกอดอาหาร  เพื่อให้เขาถึงพลังวิญญาณอันยิ่งใหญ่  (Great  Spirit) พระคริสต์ใช้เวลา 40 วัน 40 คืน  อดอาหารในป่าเปลี่ยว  โมเสสอดอาหารอยู่บนภูเขาในทะเลทรายไซนาย  โยคีอดอาหารเพื่อให้สามารถควบคุมจิตใจ  ชำระร่างกายให้สะอาด  เพื่อให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น  พระศาสนจักรให้ปฏิบัติตามแนวทางของพระเยซูคริสต์และบรรดาอัครสาวก  คริสตชนสมัยแรกอดอาหารและอดเนื้อสัปดาห์ละ 2 วัน คือ  ในพุธและวันศุกร์

การถือศีลอดในยุคของนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ

        การถือศีลอดเรียกเป็นภาษาอาหรับว่า  “อัซเซาม์” (اَلصَّوْمُ) หรือ “อัศสิยาม”(اَلصِّيَامُ) ในทางภาษาแปลว่า  “การระงับ  การยับยั้ง”  ในทางบัญญัติ หมายถึง “การปฏิบัติอิบาดะห์ต่ออัลลอฮ์ โดยงดการกิน การดื่ม การข้องแวะทางเพศ ตั้งแต่แสงอรุณขึ้น จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า”พระองค์อัลลอฮ์ทรงบัญญัติการถือศีลอดเดือนรอมฎอนในเดือนชะอ์บาน

“โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย  การถือศีลอดได้ถูกบัญญัติแก่สูเจ้าทั้งหลายแล้ว ดังที่ได้ถูกบัญญัติแก่ผู้ที่อยู่ก่อนสูเจ้า  เพื่อพวกสูเจ้าจะยำเกรง” อัลบะกะเราะฮ์/183

                เป้าหมายในการถือศีลอดในอิสลามมิได้เป็นเพียงการอดอาหารและเครื่องดื่ม  ไม่ข้องแวะทางเพศตามประเพณีปฏิบัติเท่านั้น  หากแต่จะต้องแสดงความสัจจริงในการปฏิบัติอิบาดะฮ์ตามบัญญัติของอัลลอฮ์วิญญาณของการถือศีลอดมี 2 ประการสำคัญ คือ            

  1. สะท้อนออกถึงการศรัทธาที่แท้จริง  การถือศีลอดเป็นบัญญัติที่การปฏิบัติของบุคคลที่ไม่เป็น

ประจักษ์แก่ผู้อื่น  นอกจากพระองค์อัลลอฮ์และตัวของผู้ที่ถือศีลอดเอง  ดังนั้น  การศรัทธาจึงเป็นเครื่องวัดพฤติกรรมของบุคคลว่า เขาเป็นผู้มีความศรัทธาอย่างแม้จริงหรือไม่ ในการปฏิบัติศาสนกิจที่มีความยากลำบากเช่นนี้  หรือว่า เขาจะหลอกตัวเอง  หลอกพระองค์อัลลอฮ์  และหลอกเพื่อนมนุษย์ว่า  เขาถือศีลอด อันที่จริง เขามิได้ถือศีลอดแต่อย่างใด

  1. การถือศีลอดจะต้องมีผลทางจริยธรรม  เป้าหมายของการถือศีลอด มิใช่อยู่เฉพาะเพียงการอด

อาหาร  การงดเครื่องดื่ม การข้องแวะทางเพศขณะถือศีลอดเท่านั้น  หากแต่ว่า การถือศีลอดจะต้องมีผลทำให้บุคคลมีความตั้กวา หรือยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริง  ความหมายโดยสรุปถึงคำว่า “ตั้กวา” คือ ดำรงอยู่กับการประกอบความดี และหลีกห่างจากการประกอบความชั่ว ดังนั้น วิญญาณของการถือศีลอดคือ  บุคคลจะต้องละสายตาจากการมองสิ่งที่บัญญัติอิสลามห้ามไว้ เช่น การสอดรู้สอดเห็น ไม่สอดส่ายมองดูสิ่งที่ยั่วยวนให้เกิดกิเลศ ตัณหาอารมณ์ และความโลกีย์ หรือทำให้หลงใหลในผลประโยชน์ของโลกดุนยา ปากจะต้องไม่พูดจาส่อเสียดสองแง่สองง่าม ใส่ร้ายป้ายสี ด่าทอนินทา โป้ปดมดเท็จ ปลิ้นปล้อนตลบตะแลง บิดพลิ้ว หลอกลวง จาบจ้วงหยาบช้า  หูจะต้องไม่แอบสอดแนมข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น ไม่ฟังสิ่งไร้สาระ ถ้อยคำเพ้อเจ้อ คำพูดชักจูงให้หลงผิด การที่มุสลิมบางคนไม่เข้าใจหรือไม่เห็นความสำคัญของเป้าหมายหรือวิญญาณของการถือศีลอด  ทำให้เขาถือศีลอดเป็นแบบประเพณีปฏิบัติ ไม่มีชีวิต ชีวา ปราศจากวิญญาณ  ผลที่ได้จากการถือศีลอดของเขาคือ ความหิวโหยและความกระหายเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามตัวบทหะดีษที่ว่า                                  

                                                       " رُبَّ صَائِمٍ لَيْسَ لَهُ مِنْ صِيَامِهِ إِلاَّ الْجَوْعُ ، رُبَّ قَائِمٍ لَيْسَ لَهُ مِنْ قِيَامِهِ إِلاَّ الْسَّهْرُ "

                “กี่มากน้อยแล้วที่ผู้ถือศีลอดมิได้รับสิ่งใดตอบแทนใดๆ นอกจากความหิวโหยเท่านั้น กี่มากน้อยแล้วที่ผู้ละหมาดกิยามมิได้รับผลตอบแทนใดๆ นอกจาการอดนอน”         บันทึกโดย อัลบัยฮะกีย์ จากอบี ฮุรอยเราะฮ์

ท่านทั้งหลายจงถือศีลอด แล้วท่านทั้งหลายจะมีสุขภาพดี

                นี่เป็นความหมายของหะดีษรายงานโดย อิบนุซซุนนีย์ ละอิบนิ นุอัยม์ จากอบู ฮุรอยเราะฮ์ที่ว่า   " صُوْمُوْا تَصِحُّوْا "

           แม้ว่า หะดีษจะมีสายผู้รายงานไม่แข็งแรง แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏคือ การถือศีลอดเป็นผลดีต่อสุขภาพ เฮโรโดตุส นักประวัติศาสตร์ชาวกรรกโบราณได้บันทึกไว้ว่า ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่า การที่บุคคลจะมีสุขภาพดีให้ถือศีลอด 3 วันในหนึ่งเดือน ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า การถือศีลอดดีมีส่วนช่วยการรักษาตามกรรมวิธี นักปรัชญาคนสำคัญของกรีก เช่น โซคราตีส (Socrates), เพลโต (Plato), พีธากอรัส  (Pytha Goras) ใช้การถือศีลอดเพื่อช่วยในการตกผลึกทางความคิด และหลุดพ้นจากตัณหาแห่งการอิจฉาริษยา

          ฮิปโปเครทส์ (Hippocrates) นายแพทย์และ บิดาแห่งเภสัชตะวันตก เชื่อว่า การอดอาหารเป็นการใช้งานร่างกาย เพื่อฟื้นฟูการรักษาด้วยตัวของมันเอง

         อบู อาลี อิบนีซีนา นายแพทย์และนักปรัชญามุสลิมผู้มีชื่อเสียงได้ใช้การนถือศีลอดในฐานะเป็นการบำบัดรักษาประการหนึ่ง

         ดร.แฟรงค์ เม็คคอย บันทึกการวิจัยของเขาที่มีชื่อว่า  “วิธีที่รวดเร็วในการรักษาสุขภาพ” เขียนว่า ท่านได้ทำการรักษาโรคหลายชนิด ในการผ่าตัดและจิตวิทยาพบว่า การอดอาหารเป็นวิธีที่ได้ผลดีในการรักษาโรค  การรับประทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ จะเป็นสาเหตุให้โลหิตไม่สะอาด เกิดโรคเนื้องอกมะเร็ง วัณโรค หลอดลมอักเสบ มดลูกผิดปรกติ (จากหนังสือ วิธีที่เร็วที่สุดในการรักษาสุขภาพ) ดร.แกร็งตัน จากประเทศอังกฤษกล่าวว่า การอดอาหารเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะมีสุขภาพดีและชีวิตยืนยาว (จากหนังสือ ชีวิตการอดอาหารและการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์)

          ศาสนาอิสลามให้ความสำคัญในการถือศีลอด โดยการรับประทานอาหารก่อนการถือศีลอดและในการละศีลอดอย่างเหมาะสม มิใช่ใช้โอกาสในการถือศีลอดเพื่อรับประทานอาหารในปริมาณมากขึ้น มีน้ำตาล มีไขมันในอัตราที่สูงขึ้น เพราะถือศีลอดโดยมีเป้าหมายในการรับประทานอาหารอันโอชะ และใช้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งการกินการบริโภคซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการถือศีลอด

ประโยชน์ของการถือศีลอดในทางสุขอนามัย ได้แก่

                1. อวัยวะส่วนทีทำหน้าที่สำคัญได้ผ่อนคลายและทำให้ร่างกายได้ปรับดุล เพื่อฟื้นฟูรักษาตนเอง

                2. ทำให้ร่างกายสามารถทำความสะอาดโดยการขจัดส่วนเกินและสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไป

                3. สามารถลดน้ำหนัก ลดอาการโรคภูมิแพ้บางชนิด ลดระดับไขมันในเลือด ลดภาวะความเครียดของระบบการย่อยอาหาร บรรเทาอาการของโรคหัวใจ ฯลฯ เพราะการรับประทานอาหารในปริมาณจำกัดเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่รับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ไม่รับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่า เช่น อาหารขยะ (Junkfood) ทั้งหลายซึ่งเป็นสาเหตุให้ไขมันตกค้าง เป็นผลทำให้เกิดโรคอันตรายหลายโรค

                สรุปแล้วในแง่ทางการแพทย์ “อดอาหารหรือการถือศีลอด” เป็นสิ่งที่กำกับการละเว้นจากอาหารที่บริโภคซึ่งมีผลทางด้านสุขอนามัย ดังจะเห็นได้จากการอดอาหารได้ถูกใช้เป็นวิธีการส่วนหนึ่งในการรักษาโรคตามเงื่อนไขของแพทย์ตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน

 

*********

 
« กันยายน 2020 »
อา พฤ
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930
* สีแดง คือ วันที่มีกิจกรรม

สถานฝึกวิชาชีพ

ร้านคาเฟ่มิราเคิล

 

สาขาต่าง ๆ

สาขาการบัญชี

สาขาคอมพิวเตอร์
Copyrights © 2010 www.sasana.ac.th All Rights Reserved.